40 ประเทศสัญญาหยุดใช้ถ่านหินกู้วิกฤติโลกร้อน แต่สหรัฐฯ-จีน ไม่ร่วมด้วย
Left Sidebar
Left Sidebar
Featured News
Right Sidebar
Right Sidebar

40 ประเทศสัญญาหยุดใช้ถ่านหินกู้วิกฤติโลกร้อน แต่สหรัฐฯ-จีน ไม่ร่วมด้วย

กว่า 40 ประเทศทั่วโลกให้คำมั่นในที่ประชุม COP26 ว่าจะหยุดใช้ถ่านหินเพื่อกู้วิกฤติโลกร้อน แต่สหรัฐฯ กับจีน ซึ่งเป็นชาติที่พึ่งพาถ่านหินมากที่สุดในโลก กลับมาร่วมลงนามด้วย

เว็บไซต์ข่าว ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 พ.ย. 2564 กว่า 40 ประเทศทั่วโลกรวมถึงชาติผู้ใช้ถ่านหินรายใหญ่อย่าง โปแลนด์, เวียดนาม และชิลี ให้คำมั่นร่วมกันในที่ประชุมสมัชชาประเทศภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 26 (COP26) แต่ข้อตกลงดังกล่าวกลับถูกครหา เนื่องจากประเทศที่พึ่งพาถ่านหินมากที่สุดในโลกอย่างสหรัฐฯ, จีน หรือออสเตรเลีย ไม่ได้ร่วมลงนามด้วย นอกจากนั้นเนื้อหาของสัญญายังอ่อนแอลงด้วยการอนุญาตให้ประเทศต่างๆ สามารถขยายเวลาในการลดละเลิกจากการใช้ถ่านหินให้ยืดยาวออกไปอีกได้

คำมั่นสัญญาในข้อตกลงฉบับนี้ระบุว่า ชาติพัฒนาแล้วจะเลิกใช้พลังงานถ่านหินภายในปี ค.ศ. 2030 หรือโดยเร็วที่สุดหลังจากนั้น จากเดิมที่กำหนดไว้ในปี 2030 ส่วนชาติกำลังพัฒนาตกลงจะเปลี่ยนผ่านจากการใช้พลังงานถ่านหินภายในปี 2040 หรือโดยเร็วที่สุดหลังจากนั้น ด้านนักวิเคราะห์ระบุว่า สหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศผู้ใช้ถ่านหินมากที่สุดอันดับ 3 ของโลก ไม่ร่วมลงนามในข้อตกลงนี้ ทั้งที่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ตั้งเป้าจะเปลี่ยนไปใช้พลังงานไฟฟ้าโดยปราศจากคาร์บอนภายในปี 2035.

เพราะพวกเขาไม่อยากแสดงจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่องที่ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ ส.ว.ในรัฐที่พึ่งพาถ่านหินไม่พอใจ หลังจากพรรคเดโมแครตของเขาเพิ่งพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐที่รัฐเวอร์จิเนียในสัปดาห์นี้ ขณะที่นาย เอ็ด มิลิแบนด์ รัฐมนตรีเงากระทรวงเศรษฐกิจ ของสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุม COP26 เตือนว่า มีส่วนต่างขนาดใหญ่มากระหว่างจีน ผู้ใช้งานถ่านหินอันดับ 1 กับชาติผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจำรายใหญ่อื่นๆ ที่ยังไม่ได้ให้คำมั่นว่าจะหยุดเพิ่มการใช้ถ่านหินในประเทศ และรัฐบาลอังกฤษปล่อยให้ประเทศเหล่านี้หลุดรอดจากการทำสัญญาไปได้

Copyright © 2020 NewsPepper