"วีซ่า" ชี้คนไทยเที่ยวไปเกร็งไป เกินครึ่งขอเดินทางในประเทศ
Left Sidebar
Left Sidebar
Featured News
Right Sidebar
Right Sidebar

"วีซ่า" ชี้คนไทยเที่ยวไปเกร็งไป เกินครึ่งขอเดินทางในประเทศ

วีซ่าเผยคนไทยมากกว่าครึ่งเลือกเที่ยวในประเทศยาวไปถึงปีหน้า โดยยังระมัดระวังและเที่ยวในที่คุ้นเคย และ 2 ใน 5 เผยต้องการหลีกเลี่ยงแหล่งที่มีคนรวมตัวหนาแน่น ขณะที่ 23% วางแผนเที่ยวเมืองนอก อยากไปญี่ปุ่นมากที่สุดตามด้วยจีน ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ แคนาดา และฝรั่งเศส ด้านสมาคมโรงแรมเผยยอดจองห้องกระเตื้องแต่ไม่มากแค่ 10-20%.

นายสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า วีซ่าได้สำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภค พบว่า มากกว่าครึ่งของผู้ทำแบบสำรวจชาวไทย หรือ 51% มีแนวโน้มจะเลือกเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศต่อไปจนถึงปีหน้า (2565) ขณะที่ 23% วางแผนเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างแดน โดยจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนใหญ่อยากเดินทางไปมากที่สุดคือประเทศญี่ปุ่น ตามด้วยจีน ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ แคนาดา และฝรั่งเศส “เป็นที่ชัดเจนว่าผู้คนยังคงระมัดระวังตัว โดยเฉพาะในเรื่องการเดินทาง ซึ่งชัดเจนว่าพวกเขาเลือกความปลอดภัยและความคุ้นเคยในสถานที่ที่จะไป ผู้ประกอบการในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวทั่วประเทศไทย ควรให้ความสำคัญกับประเด็นเหล่านี้เพื่อเตรียมรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยหรือต่างชาติ โดยควรสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องความปลอดภัยในทุกมิติ รวมถึงวิธีการชำระเงิน โดยในช่วงการแพร่ระบาดของโรค การชำระเงินแบบไร้สัมผัสเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด”

ส่วนนักท่องเที่ยวทั้งเอเชียแปซิฟิกเองก็เริ่มปรับเข้าสู่โหมดการท่องเที่ยวในรูปแบบที่แตกต่างไปจากช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 โดยมากกว่าครึ่ง หรือ 53% เลือกที่จะจ่ายเงินเพิ่มขึ้น เพื่อจองที่พักที่มีการรับรองในด้านความปลอดภัยและคุณภาพ ขณะที่ 44% กำลังวางแผนที่จะพกบัตรต่างๆมากขึ้นเพื่อใช้จ่ายแบบไร้การสัมผัส (Contactless) แทนการชำระด้วยเงินสด และ 2 ใน 5 ของผู้ตอบแบบสอบถาม กำลังวางแผนเดินทางโดยหลีกเลี่ยงแหล่งที่มีคนรวมตัวหนาแน่น “การใช้ชีวิตแบบไร้เงินสดไม่ใช่แค่เรื่องของความสะดวกสบายอีกต่อไป แต่ยังเป็นเรื่องของความมั่นใจ ปลอดภัย และฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ถือเป็นเรื่องที่น่าจับตามองว่าการชำระเงินในรูปแบบดิจิทัลจะมีบทบาทสำคัญในการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศอย่างไร”

ด้านนางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย เปิดเผยว่า จากการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว 63 ประเทศไม่ถูกกักตัว ทำให้ตอนนี้ยอดจองห้องพักก็กลับมาเริ่มดีขึ้น แต่ก็ยังไม่ถึงกับฟื้นกลับมาได้ในทันที ซึ่งล่าสุดอัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั่วประเทศได้เพิ่มมาอยู่ที่ประมาณ 10-20% เท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นคนไทย แต่เชื่อว่าต่างชาติจะเริ่มเข้ามาเห็นได้ชัดในช่วงเดือน ม.ค.เป็นต้นไป ส่วนปัญหาอุปสรรคส่วนใหญ่คือการเพิ่มเงื่อนไขพนักงานต้องฉีดวัคซีนแล้วไม่น้อยกว่า 70% หรือ SHA Plus เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามา ด้านนางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวว่า ขณะนี้ร้านอาหารสามารถเปิดถึง 5 ทุ่มได้อยู่แล้ว แต่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ถึง 3 ทุ่ม และเฉพาะร้านที่ได้รับมาตรฐาน SHA เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ร้านที่ยังไม่มีมาตรฐานดังกล่าว ตอนนี้ได้ประสานไปยังการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้เร่งอนุมัติการประเมินร้านอาหารเพื่อให้ได้รับมาตรฐาน SHA เร็วขึ้น เหลือ 3 วัน จากเดิม 7 วัน โดยสำหรับมาตรการต่างๆนั้น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร แจ้งว่าจะมีพิจารณาทบทวนทุก 2 สัปดาห์.

Copyright © 2020 NewsPepper